ผ่าวงการสงฆ์ พ.ศ.2556 ยุคผ้าเหลืองเสื่อมสุดขีด…?

ผ่าวงการสงฆ์ พ.ศ.2556 ยุคผ้าเหลืองเสื่อมสุดขีด…?



กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ให้ถกเถียงกันไม่จบไม่สิ้น ภายหลังวงการพระสงฆ์มีเรื่องราวฉาวโฉ่ ไม่เหมาะสมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เหตุการณ์บุกจับ! พระเสพค้ายาบ้าคากุฏิพร้อมยึดของกลาง,เสื่อม! พระบอกชาวบ้านให้ใส่บาตร สุราและเบียร์เท่านั้น, แฉคลิปพระเล่นไพ่ในกุฏิ, จับพระสงฆ์วัย 79 ปีหื่น ซื้อบริการสาว 21 หลับนอน, สลด! พระด่าสีกาสนั่นรถไฟฟ้า, พระมั่วสีกา, พระตุ๋ยเณร

ล่าสุดก็เรื่อง พระชื่อดังยอมรับว่าครอบครองรถหรู โดยลูกศิษย์มอบให้ คลิปพระนั่งเครื่องบินเจ็ตใช้ของแบรนด์เนม ใช้ไอแพด-ไอโฟน และภาพพระสงฆ์มอบกุญแจรถยนต์ให้กับพระผู้ใหญ่

นี่แค่ครึ่งปีแรก เรื่องราวกระอักกระอ่วนในวงการผ้าเหลืองเหล่านี้ ไม่มีทีท่าว่าจะหมดลง นับ วันยิ่งทวีคูณความเสื่อมถอยมากขึ้นเรื่อยๆ จนหลายคนตั้งคำถามกับสิ่งที่ถาโถมระยะหลังมานี้ว่า พวกเรากำลังเข้าสู่ยุคที่พระสงฆ์เสื่อมที่สุดอยู่ใช่ไหม

แล้วเราจะไหว้พระสงฆ์ ซึ่งเป็นที่มั่น ที่พึ่งสุดท้ายกันอย่างสนิทใจได้อย่างไร และ สิ่งสำคัญที่ต้องค้นหาคำตอบก็คือ อะไรคือต้นธารสาเหตุ พระ ศาสนา ญาติโยม หรือสังคม? พร้อมกับหาทางออกด้วยว่าในยุคที่วงการผ้าเหลืองเสื่อมสุดขีด เราจะมีวิธีแก้ไขได้อย่างไร ไทยรัฐออนไลน์อาสาพาไปหาคำตอบ



พระไพศาล วิเคราะห์ 2556 ยุคพระเสื่อมสุดขีด เพราะอะไร...?

พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต พระนักวิชาการนักคิดนักเขียนพระพุทธศาสนารุ่นใหม่เป็นนักปฏิบัติธรรมชื่อดัง เห็นว่าเหตุการณ์วงการสงฆ์เสื่อมนั้นมันเกิดขึ้นทุกยุค-สมัย โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีทันสมัยมากขึ้น ข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ถึงกันอย่างรวดเร็ว

อาตมายอมรับว่ายุคนี้เป็นอีกยุคหนึ่งที่พระสงฆ์เสื่อมมากที่สุดยุคหนึ่ง เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะเราอยู่ในยุควัตถุนิยม บริโภคนิยม ทุนนิยมมันแพร่หลายไปกว้างขวาง ทำให้พระลุ่มหลงไปกับสิ่งเหล่านี้มากๆ และยิ่งสมัยนี้พระสงฆ์นั้นแยกขาดจากชุมชนไปไกลมาก สมัยก่อนชุมชนจะเป็นตัวควบคุม แต่ตอนนี้พระไม่ค่อยแคร์สังคมหรือชุมชนรอบข้างแล้ว และที่สำคัญชุมชนรอบๆ ข้างก็ไม่ได้สนใจพระ ฉะนั้นพระท่านก็มีอิสระว่าจะทำอะไร ถ้าทำไม่ดี หรือประพฤติตัวย่อหย่อน ก็ทำได้ง่ายขึ้น

พระ ไพศาลชี้ว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้วงการสงฆ์มาถึงยุคเสื่อมแบบนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาใหญ่ระดับโครงสร้างมาจากคณะสงฆ์มหาเถรสมาคม ผู้ทำหน้าที่ดูแลกติกาอ่อนแอ ขาดประสิทธิภาพไม่ได้เน้นการพัฒนาจิตใจ เน้นแต่การปฏิบัติทำสมาธิ ภาวนา จึงไม่มีแรงที่จะต่อต้าน ไม่มีภูมิคุ้มกันบริโภคนิยมในจิตใจ

วิธี การเดียวที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ก็คือ การปฏิรูปการปกครองของคณะสงฆ์ เนื่องจากกติกา และการปกครองของคณะสงฆ์ในยุคนี้ ถดถอย ขาดประสิทธิภาพ จึงต้องปรับปรุงระบบของคณะสงฆ์ให้ดีขึ้น คณะสงฆ์ต้องเท่าทันกับสังคมที่เน้นบริโภคนิยม ตอนนี้ มันเป็นปัญหาทั้งระบบ ทั้งโครงสร้างของคณะสงฆ์ รูปแบบของคณะสงฆ์ทุกวันนี้ มีต้นแบบตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 คือ 100 กว่าปีมาแล้ว ขณะที่การปกครองบ้านเมืองในรอบ 100 ปีนั้น มีการปฏิรูปและเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ของโครงสร้างของคณะสงฆ์เรามาจากยุครัชกาลที่ 5 ทำให้ไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เรื่องทั้งหมดไปกระจุกที่มหาเถรสมาคม ซึ่งท่านก็ไม่มีกำลังที่จะดูแลทั่วถึง ฉะนั้นจึงต้องมีการปฏิรูปให้มีการกระจายอำนาจมากขึ้น เป็นการปฏิรูปแบบปกครอง แบบส่งเสริมเรื่องการศึกษาของคณะสงฆ์ ไม่มุ่งใช้อำนาจ เพราะใช้อำนาจก็ไม่ได้ผล

ทั้งนี้ พระไพศาล ยังยก ตัวอย่างจากข่าวกรณีพระสะสมรถโบราณว่าถ้าเป็นสมัยก่อนทำได้ยาก เพราะผู้ปกครองสงฆ์ครูบาอาจารย์จะไม่ให้ทำ ตักเตือนหรือลงโทษซะด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้การปกครองของคณะสงฆ์อ่อนแอ บางทีผู้ปกครองคณะสงฆ์ก็อาจจะเกรงใจพระรูปนั้นด้วยว่ามีเส้นสายกับผู้มี อำนาจในทางโลกหรือวงการของคณะสงฆ์ ทำให้ไม่กล้าดำเนินการอะไร สมัยก่อนทำเรื่องแบบนี้ได้ยาก เพราะมีการควบคุมกวดขันมาก

หรืออย่างกรณีพระนั่งเครื่องบินเจ็ตใช้ของแบรนด์เนม จริงๆ เรื่องของแบรนด์เนมนั้นเป็นเรื่องเล็กมากเมื่อเทียบกับความประพฤติที่ ย่อหย่อนของฝ่ายนั้น เวลาบวชพระต้องมีข้อพิจารณา 10 ประการ หนึ่งในนั้นคือ ภิกษุ ต้องพิจารณาระลึกเสมอว่าเราต้องเป็นผู้ที่เลี้ยงง่าย อยู่อย่างสมถะ ถ้าเผื่อว่าพระสงฆ์ หรือชุมชนเข้มแข็งพระที่ประพฤติแบบนี้ก็จะอยู่ยาก แต่รวมๆ แล้ววิธีแก้ปัญหาก็คือต้องปฏิรูปคณะสงฆ์ทั้งระบบ

พระพยอม วิเคราะห์ 2556 ยุคพระเสื่อมสุดขีด เพราะอะไร...?

ขณะที่ พระ ราชธรรมนิเทศ หรือ พยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว พระนักคิด นักพัฒนาชื่อดัง กล่าวว่า จากข่าวสารและเหตุการณ์ที่ผ่านมาบอกแบบนั้นก็คงจะไม่ผิด แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปอีกพระก็มาจากสังคม ถ้าถามว่าจากสังคมไหนบ้าง ครูบาอาจารย์ นักการเมือง กองทัพ สื่อมวลชนน่านับถือไหม พระก็เป็นผลผลิตจากสังคม ในเมื่อสังคมแย่ คนที่ออกมาจากสังคมจะให้ดีได้อย่างไร

อาตมามองว่าสาเหตุหลักของปัญหาในยุคผ้าเหลืองเสื่อม 1.การคัดสรรของพระยุคนี้แย่มาก หลายคนมาบวชเพราะญาติโยมขอร้องแกมบังคับ 2.ถ้าลูกเรียนดีคงไปเรียนเป็นหมอ วิศวกร ไม่ต้องมาบวชซึ่งการไม่คัดสรรพระคุณภาพทำให้เกิดปัญหา บางสำนักรับสมัครพระเป็นแสนๆ เอาปริมาณไว้ก่อนคุณภาพว่ากันทีหลัง 3.ญาติโยมก็ผิด บางคนหัวทิ่มหัวตำศรัทธาองค์ไหนก็เป็นวรรคเป็นเวรเลย ผิดถูกไม่สน นึกอยากจะถวายอะไรก็ถวาย รถหรู เครื่องบินเจ็ต ถวายไอโฟน ไอแพด ต่อไปไม่ช้าคงถวายลูกสาว ถวายคน เรียกว่าฝ่ายรับกับฝ่ายให้ยุคนี้พอกัน คือฝ่ายรับก็อยากได้ ฝ่ายให้ก็ลืมนึกไปว่าที่ให้พระไปเป็นโทษมากกว่าเป็นคุณ เป็นบาปมากกว่าเป็นบุญ พื้นฐานคำสั่งสอนตอนนี้ถูกละเลย ซึ่งสำคัญมาก ครู บาอาจารย์สมัยก่อนท่านมีพื้นฐานดีมาก ท่านพูดเลยว่าตอนนี้เทคโนโลยีมันจะวิวัฒนาการเทคโนโลยีไปสู่ความวินาศธรรม พอถึงตอนนี้จึงรู้ว่าเป็นเรื่องจริง

พระพยอมบอกย้ำว่า ไม่ใช่ว่าเทคโนโลยีไม่ดี แต่ต้องใช้ให้เป็น

อาตมาไม่มีโทรศัพท์มือถือ ใครติดต่อผ่านลูกศิษย์ ไอแพด ไอโฟน คอมพิวเตอร์สักตัวยังไม่มี ทีวีเมื่อก่อนไม่มี ตอนหลังต้องหาข้อมูลบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยได้ดูงานเยอะ สิ่งที่ชอบดู 1.สุขภาพ 2 .รายการพระ 3.ภาคเกษตรที่เราชอบดูทางด้านนี้ เพราะเราทำงานด้านเกษตรอยู่กับชนบท อยู่กับสังคมการเกษตร แต่ปัจจุบันไม่มี พระอยู่กับเมือง อยู่กับความทันสมัย และที่สำคัญพระเป็นผู้รับเยอะไป แต่สิ่งที่ต้องไปลืมก็คือความมหัศจรรย์ของศาสนา ทำไมจึงแข็งแรงมาตั้งหลายพันปี ทั้งๆ ที่ไม่มีโอกาสเลือกคนดีๆ เข้ามาเท่าไร แล้วสิ่งที่เราต้องปลูกฝังตามที่ครูบาอาจารย์บอกก็คือ คนให้ทานเก่งพระเจ้าไม่สรรเสริญ สรรเสริญคนใคร่ครวญดีแล้วนำออกให้ ไม่ใช่เอารถหนีภาษี เอาเครื่องบินเจ็ตมาให้ไม่ถูก พระต้องมีคำว่าทางสายกลาง ใช้อะไรอย่าให้เว่อร์เกินชาวบ้าน ไม่ได้บ้าส่วนเกิน มีไอแพดเครื่องบินเจ็ต มือถือราคาแพง เขาบอกว่า ทำดีทำได้แต่อย่าเด่นจะเป็นภัย เพราะไม่มีใครอยากเห็นใครเด่นเกิน

พระพยอม ยกตัวอย่างว่า พระสมัยนี้ ทำตามอำเภอใจกันมาก ขึ้นอยู่กับสำนัก ใครถ้าไปเจอสำนักโนเนม ไม่ค่อยเอาใจใส่มีแต่ศาลาสวดศพ ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ แต่วัดของอาตมาไม่ให้ไปงานบุญ ให้ปฏิบัติธรรมอย่างเดียว เจ็บป่วยทางมูลนิธิเราก็จ่ายค่ารักษาให้ อยากได้หนังสือหนังหาก็ซื้อให้ ท่านจะไปไหนมีค่ารถให้ ขอแค่ให้ท่านทำงานศาสนา แต่ถ้าท่านไม่ทำเราก็ไม่ให้

เดี๋ยวนี้วัดอาตมามีพระอยู่ แค่ 2-3 รูปเอง เมื่อก่อนมี 50-60 รูปพอตอนหลังวางกติกาว่าได้เงินทองมา ต้อง เข้ากองกลางห้ามเอาไปใส่ย่าม ห้ามนำเข้ากุฏิ พระเลยหนีหมดอย่างที่บอกว่า ทุนนิยม มันทำให้พระอยากบวชเพราะอย่างอื่นมากกว่ามาศึกษาและเผยแผ่ธรรมะ ถามจริงๆ คนยุคนี้อยากสืบพันธุ์หรืออยากสืบศาสนามากกว่ากัน แล้วเราจะหาคนสืบศาสนาได้สักกี่เปอร์เซ็นต์ในยุคนี้ วิธีแก้ไขก็คือ อาตมาอยากให้คัดสรรพระสงฆ์ที่มีคุณภาพอุทิศตัวเองให้กับศาสนาเข้ามาในวงการนี้มากๆ แม้จะเป็นไปไม่ได้เลย



คำถามตีแสกหน้า 2556 แค่พระเสื่อม หรือ ศาสนาเสื่อม..?

นอกจากจะร่วมกันวิเคราะห์ทางออกแล้ว ถ้าจะต้องไปให้ถึงที่สุด คำ ถามใหญ่ที่ท้าทาย ซึ่งหลายคนสงสัยก็คือ เหตุการณ์ที่เลวร้ายของวงการผ้าเหลืองที่ผลิตซ้ำอยู่ทุกวันๆ เป็นแค่พระซึ่งเป็นตัวบุคคลเสื่อม หรือศาสนาเสื่อมกันแน่

เรื่องนี้ พระไพศาล บอกว่า ทุกอย่างตกอยู่ใต้กฎพระไตรรัตน์ ความเสื่อมความเจริญก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

อย่าง ที่รู้ว่าพระธรรมเนี่ยเป็นอกาลิโกก็จริง แต่ตัวศาสนาที่เป็นรูปแบบหรือเป็นคำสอน ก็ตกอยู่ใต้ความไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าเคยทำนายว่าพระพุทธศาสนามีอายุ 5 พันปี ก็ แสดงให้เห็นความเป็นอนิจจังของทุกสิ่ง รวมทั้งศาสนา ก็อยู่ที่ว่า เราจะช่วยประคับประคองไม่ให้มันเสื่อมถอย แล้วช่วยทำให้มันเจริญขึ้นได้หรือเปล่า ถามว่า วันนี้วงการพระมาถึงจุดต่ำสุดหรือยัง อาตมาว่ายังมีโอกาสที่ยังต่ำได้อีกเยอะ หมายถึงพระนะ ไม่ใช่ศาสนา อยู่ที่ว่าเราช่วยกันเป็นหรือเปล่าก็จะไม่ตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ว่าพุทธบริษัททั้ง 4 ได้รู้ธรรม ปฏิบัติธรรม เผยแผ่ธรรมได้อย่างถูกต้อง ศาสนาก็จะเจริญไม่มีเสื่อมถอยแต่ทั้งหมดทั้งมวลพวกเราทุกคนก็ต้องช่วยกัน ด้วย

ขณะที่พระพยอมบอกว่า ไม่ว่าจะเป็น ศาสนาเสื่อมหรือพระที่เป็นตัวบุคคลเสื่อม ทั้งหมดนี้ส่วนหนึ่งต้องโทษสังคมทุนนิยมที่ทำให้คนมีแต่อารมณ์อยากใฝ่ต่ำ

อาตมาเชื่อว่าอีกไม่นานวงการพระสงฆ์จะถึงยุคหนึ่งที่เขาเรียกว่ายุคมิคสัญญี หรือยุคที่เลวร้ายมากๆแล้วหลังจากนั้น มันจะสวิงกลับมาได้ ไม่ได้ตายไปอย่างแน่นอน แต่ทุกคนต้องช่วยกัน พระนักเทศน์ชื่อดังกล่าวในที่สุด

ความคิดเห็น