เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง กำลังยุแยกให้แตกในวงการสงฆ์ (2)

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง กำลังยุแยกให้แตกในวงการสงฆ์ (2)
        
สืบทอดเจตนารมณ์การโฆษณาชวนเชื่อของสนธิ ลิ้มทองกุล 



หมายเหตุกรณีหลวงตามหาบัว

กรณีการโฆษณาของนายสนธิ ลิ้มทองกุล สืบต่อมาถึงนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อ้างว่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ที่พระธรรมวิสุทธิมงคล ได้กระทำพิธีกรรมคว่ำบาตร และการสาปแช่ง ให้ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ถึงความพินาศ ต้องจากแผ่นดินกำเนิด ซมซานไปอย่างไร้แผ่นดินที่จะซุกหัวนอน ครั้นมีการปฏิวัติยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณ เยี่ยงโจรปล้นประชาธิปไตยไปของทหารเลวบังสนธิ บุณยรัตนกลิน เกิดขึ้นแล้ว ก็จริงสมอ้าง ดูเหมือน หลวงตามหาบัว จะพอใจในคำสาปของตนอย่างยิ่ง จึงไม่รู้สึกร้อนหรือหนาวอย่างไรกับการที่ท่านถูกอ้างว่ากระทำกรรมเลวทรามอันนั้น แต่เราได้พิจารณาแล้วว่า หลวงตา ท่านจะอาจกระทำการเช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อท่านเป็นพระสงฆ์ ดำรงตนในพระธรรมวินัย ทบทวนตนเองเสมอในพระปาฏิโมกข์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง2บทที่ว่า  


นะ หิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆาตี            ผู้กำจัดสัตว์อื่นอยู่ ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิตเลย
สะมะโณ โหติ  ปะรัง วิเหฐะยันโต       ผู้ทำสัตว์อื่นให้ลำบากอยู่ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย

การณ์น่าจะเป็นว่านายสนธิ และนายเจิมศักดิ์ บิดเบือนเรื่องราวมาโฆษณาชวนเชื่อเพื่อฝ่ายตนได้ประโยชน์มากกว่า ตามเหตุผลที่เราได้วิจารณ์วิเคราะห์มาแล้วข้างต้น ซึ่งเป็นเหตุผลตามพระธรรมวินัย   แต่เราได้อ้างถึงกฎมหาเถรสมาคมเอาไว้ จึงจะขอขยายความออกไปอีกสักหน่อย

ได้มีกฎมหาเถรสมาคมใหม่ออกมาเมื่อ พ.ศ.2541 โดยสมเด็จพระญาณสังวร(สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม) ให้ตราไว้ ณ วันที่ 1 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2541 เป็น กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2541) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ

ในกฎมหาเถรฯใหม่นี้ มีหมวดที่เพิ่มเติมมาเป็นพิเศษ ที่เตือนพระสังฆาธิการโดยตรง พระสังฆาธิการควรจะต้องรู้ ก็คือ   หมวด 4 จริยาพระสังฆาธิการ โดยเจตนาเพื่อให้พระสังฆาธิการทั้งหลาย นับตั้งแต่ เจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาค รองเจ้าคณะภาค ลงมาถึง เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาสและผู้ช่วยเจ้าอาวาส ได้ระมัดระวังสำรวม ให้สมกับเป็นสงฆ์สาวก และรักษาสามัคคีธรรมในหมู่สงฆ์ มีจริยาข้อที่เกี่ยวข้องกับกรณีหลวงตามหาบัว นี้ ดังนี้

ข้อ 47 พระสังฆาธิการต้องปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ และห้ามมิให้ใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ไม่สมควร (ผู้เขียน : การใช้อำนาจหน้าที่สั่งการให้สงฆ์มาร่วมชุมนุมทำพิธีกรรมคว่ำบาตรและสาปแช่งโยมผู้มีอุปการคุณนั้น ถือว่าใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ไม่สมควร เข้าข่ายการละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ อาจถือได้ว่า “ทุจริตต่อหน้าที่” และ “ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง” อาจจะถูกพิจารณาถอดถอนจากตำแหน่งหน้าที่ได้)

ข้อ 49   พระสังฆาธิการต้องรักษาส่งเสริมสามัคคีในหมู่คณะ และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางที่ชอบ (ผู้เขียน : ถ้าช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางที่ไม่ชอบ เช่นระดมสานุศิษย์มาช่วยกันทำพิธีคว่ำบาตร สาปแช่งโยมผู้มีอุปการคุณ ก็ถือว่าช่วยเหลือกันและกันในทางที่ไม่ชอบ และเข้าข่ายการละเมิดจริยาพระสังฆาธิการอาจถือได้ว่า “ทุจริตต่อหน้าที่” และ “ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง” อาจจะถูกพิจารณาถอดถอนจากตำแหน่งหน้าที่ได้)

มีบทลงโทษว่าด้วยการละเมิดจริยา ไว้ในข้อ 54 คือ

ข้อ 54 พระสังฆาธิการรูปใดประพฤติละเมิดจริยา ต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยา อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(1) ถอดถอนจากตำแหน่งหน้าที่
(2) ปลดจากตำแหน่งหน้าที่
(3) ตำหนิโทษ และ
(4) ภาคทัณฑ์  

ผู้เขียน : เฉพาะกรณีถอดถอนจากตำแหน่งหน้าที่ตาม(1)นั้น สามารถกระทำได้เมื่อเข้าลักษณะความละเมิด 5 ประการตามข้อ 55 ดังนี้

ข้อ 55 การถอดถอนจากตำแหน่งหน้าที่นั้น จะทำได้ต่อเมื่อพระสังฆาธิการละเมิดจริยาอย่างร้ายแรง แม้ข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) ทุจริตต่อหน้าที่
(2) ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรเกินกว่า 30 วัน
(3) ขัดคำสั่งอันชอบด้วยการคณะสงฆ์ และการขัดคำสั่งนั้นเป้นเหตุให้เกิดความ     เสียหายอย่างร้ายแรงแก่การคณะสงฆ์
(4) ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่การคณะสงฆ์
(5) ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

กรณี การสาปแช่งบุคคลคืออุบาสกอุบาสิกา ผู้มีพระคุณในพระพุทธศาสนา อย่างแรงโดยสาปแช่งให้บุคคลนั้นประสบความหายนะไปตลอดชีวิต และทั้งยังได้กระทำพิธีกรรมคว่ำบาตร และการสาปแช่ง ให้โยมผู้มีอุปการคุณ ซึ่งในที่นี้หมายถึง ดร.ทักษิณ ชินวัตร ถึงความพินาศ ต้องจากแผ่นดินกำเนิด ซมซานไปอย่างไร้แผ่นดินที่จะซุกหัวนอน อันเป็นพิธีกรรมของหมู่สงฆ์สาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อบุคคลผู้เป็นอุบาสกอุบาสิกาผู้มีพระคุณต่อพระพุทธศาสนา ซึ่งเท่ากับประหารชีวิตให้ตายไปจากพระพุทธศาสนาตลอดชาติ ตามที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล กับนายเจิมศักดิ์ อ้างมาโฆษณาติดต่อกันมาแรมปีนั้น น่าที่ไม่อาจจะเป็นจริงได้เลย นอกจากเป็นการบิดเบือนเรื่องราวมาทำการโฆษณาชวนเชื่อ บ่อนทำลายสถาบันสงฆ์ไทยและพระพุทธศาสนา โดยทำให้สังคมแตกแยก ซึ่งบัดนี้เราได้เห็นภาพราง ๆ เกิดขึ้นแล้วในสังคมชาวพุทธคือมีคนฝ่ายหนึ่งที่ทำการคว่ำบาตร และ มีคนอีกฝ่ายหนึ่งที่ทำการหงายบาตร   จึงเห็นได้ว่าแผนการยุแยกให้แตกสามัคคีธรรมขึ้นของคนในชาติ ชาวพุทธด้วยกันเองเป็นแผนการที่เลวร้ายที่ไม่น่าจะให้อภัยได้ สมควรที่จะได้รับการนำตัวมาพิจารณาลงโทษ และทั้งต้องอยู่ในดุลยพินิจการติดตามให้รู้เท่าทันแผนการร้ายทางการโฆษณาชวนเชื่อของนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง กับนายสนธิ ลิ้มทองกุลต่อไปไปอย่างใกล้ชิด และหาช่องทางแก้ไขสถานการณ์ให้ทันกันรวมทั้งการหาทางอบรมบ่มนิสัยผู้ร้ายให้กลับใจ หรือหากโปรดไม่ไหวจริง ๆ ก็ให้เขาออกไปอยู่ส่วนที่เขาควรอยู่ อุปมาดั่งกำจัดสุนัขบ้าไปเสียจากสังคม ๆ ก็พ้นอันตราย   ฉะนั้น  


    บุญแพง อภิรตี บุญเสฏฐ์
    3 ส.ค. 2552

ความคิดเห็น